ทำความเข้าใจว่าความกดดันทางจิตใจมีผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดอย่างไร พร้อมแนวทางการป้องกันและดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน
ค้นหาข้อมูล
ความเครียดไม่ใช่แค่เรื่องของจิตใจเท่านั้น แต่มีผลกระทบโดยตรงต่อร่างกาย โดยเฉพาะระบบหัวใจและหลอดเลือด เมื่อเราเผชิญสถานการณ์ที่กดดัน สมองจะส่งสัญญาณให้ต่อมหมวกไตปล่อยฮอร์โมนพิเศษออกมา
ฮอร์โมนเหล่านี้ ได้แก่ อะดรีนาลีนและคอร์ติซอล จะทำให้หัวใจเต้นแรงและเร็วขึ้น ขณะเดียวกันหลอดเลือดก็จะหดตัว เพื่อให้เลือดไหลไปยังอวัยวะสำคัญได้มากขึ้น ผลที่ตามมาคือความดันในหลอดเลือดจะสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ระยะเวลา
เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ นาทีถึงชั่วโมง
ผลต่อความดัน
ความดันพุ่งสูงทันที 30-40 มม.ปรอท แต่กลับสู่ปกติได้เอง
ความอันตราย
มีความเสี่ยงต่ำหากเกิดขึ้นไม่บ่อย เป็นการตอบสนองปกติ
การฟื้นตัว
ร่างกายกลับสู่สภาวะปกติภายใน 1-2 ชั่วโมง
ระยะเวลา
เกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ เดือน หรือปี
ผลต่อความดัน
ความดันสูงถาวร ไม่กลับสู่ปกติเอง ต้องรักษา
ความอันตราย
เสี่ยงสูงต่อโรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง และไตวาย
การฟื้นตัว
ต้องใช้เวลานาน ต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตและอาจต้องใช้ยา
เมื่อสมองตรวจจับความเครียด จะส่งสัญญาณไปยังต่อมหมวกไตให้ปล่อยอะดรีนาลีนและคอร์ติซอล ฮอร์โมนทั้งสองนี้จะเข้าสู่กระแสเลือดและกระตุ้นให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานในโหมดฉุกเฉิน
อะดรีนาลีนทำให้กล้ามเนื้อเรียบในผนังหลอดเลือดหดตัว หลอดเลือดจึงแคบลงและต้านทานการไหลของเลือดเพิ่มขึ้น สิ่งนี้ทำให้ความดันในหลอดเลือดสูงขึ้นอย่างทันทีทันใด
ฮอร์โมนความเครียดกระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็วและแรงขึ้น เพื่อสูบฉีดเลือดไปยังกล้ามเนื้อและอวัยวะสำคัญให้มากขึ้น หัวใจอาจเต้นเพิ่มจาก 70 ครั้ง เป็น 120 ครั้งต่อนาทีหรือมากกว่า
ร่างกายจะดึงเลือดจากอวัยวะที่ไม่สำคัญในขณะนั้น เช่น ระบบย่อยอาหาร มาส่งให้กับกล้ามเนื้อและสมอง ทำให้ปริมาณเลือดในหลอดเลือดหลักเพิ่มขึ้นและความดันสูงตามไปด้วย
เมื่อความดันสูงบ่อยครั้ง ผนังหลอดเลือดจะได้รับความเสียหาย เกิดรอยแตกเล็กๆ และการอักเสบ ไขมันและคอเลสเตอรอลจะเข้าไปสะสมในจุดเหล่านี้ ทำให้หลอดเลือดแข็งและตีบตันในที่สุด
หลอดเลือดที่แข็งตัวทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือด ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจใหญ่ขึ้นผิดปกติและอ่อนล้า ความดันก็สูงขึ้นเรื่อยๆ และเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา
นอกจากผลกระทบโดยตรงต่อร่างกาย ความเครียดยังทำให้เรามีพฤติกรรมที่ไม่ดีต่อสุขภาพหัวใจ เช่น การสูบบุหรี่มากขึ้น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การกินอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง และการขาดการออกกำลังกาย
การนอนหลับไม่เพียงพอก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ เมื่อเครียดเรามักนอนยาก หรือนอนไม่หลับ ทำให้ร่างกายไม่มีเวลาพักฟื้น ความดันโลหิตก็ไม่ได้ลดลงตามปกติในเวลากลางคืน สิ่งเหล่านี้ทำให้ปัญหาความดันสูงยิ่งแย่ลง
การควบคุมอารมณ์และความวิตกกังวลเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ควรหาเวลาทำกิจกรรมที่ทำให้ผ่อนคลาย เช่น การเดินเล่น การฟังเพลง การอ่านหนังสือ หรือการใช้เวลากับครอบครัว การหายใจลึกๆ และการทำสมาธิก็ช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียดได้ดี หากความเครียดมากจนส่งผลต่อชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์หรือนักจิตวิทยา
การดูแลสุขภาพกายก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ควรกินอาหารที่มีประโยชน์ เน้นผัก ผลไม้ และธัญพืชเต็มเมล็ด ลดเกลือและไขมันอิ่มตัว ออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อยวันละ 30 นาที นอนหลับให้เพียงพอ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน และหลีกเลี่ยงบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้หัวใจและหลอดเลือดแข็งแรง รับมือกับความเครียดได้ดีขึ้น
ก่อนหน้านี้ไม่รู้เลยว่าความเครียดทำอะไรกับหัวใจ พอได้อ่านข้อมูลแล้วตกใจมาก เริ่มหาวิธีผ่อนคลาย ออกกำลังกาย และดูแลตัวเองมากขึ้น ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นเยอะ
- วิชัย รุ่งเรือง
ดิฉันเคยคิดว่าความเครียดเป็นเรื่องปกติ แต่พอทราบว่ามันส่งผลต่อความดันและหัวใจ เริ่มให้ความสำคัญกับการพักผ่อน หาเวลาทำกิจกรรมที่ชอบ สุขภาพดีขึ้นมาก
- สุภา วรรณศิลป์
หลังจากเข้าใจกลไกการทำงานของความเครียด ผมเริ่มระมัดระวังตัวเองมากขึ้น หาวิธีจัดการกับความกดดัน ตอนนี้ความดันลดลงและรู้สึกแข็งแรงขึ้น
- อนันต์ ศรีสุข
การได้เรียนรู้เรื่องนี้ทำให้ดิฉันตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพจิตใจ เริ่มทำโยคะ ทำสมาธิ และพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้เครียด รู้สึกสบายใจมากขึ้น
- รัตนา แสงทอง
เมื่อเข้าใจว่าความเครียดเรื้อรังอันตรายแค่ไหน ผมเริ่มปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต หาเวลาพักผ่อน นอนให้เพียงพอ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ สุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
- พงศ์ศักดิ์ มั่นคง
ข้อมูลนี้ช่วยให้ดิฉันเข้าใจว่าทำไมตอนเครียดถึงรู้สึกหัวใจเต้นแรง เริ่มเรียนรู้วิธีจัดการความเครียด และหาวิธีผ่อนคลายที่เหมาะกับตัวเอง ชีวิตดีขึ้นมาก
- จิราภรณ์ ใจงาม
อีเมล: hello (at) nejiyav.shop
ที่อยู่: 438/9 ถนนเพชรบุรี แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
โทรศัพท์: +66 2 651 2847
เพราะเมื่อเครียด ร่างกายจะปล่อยฮอร์โมนที่ทำให้หลอดเลือดหดตัวและหัวใจเต้นเร็วขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับอันตราย ผลที่ตามมาคือความดันในหลอดเลือดจะพุ่งสูงขึ้นในทันที
ความเครียดเรื้อรังเพิ่มความเสี่ยงต่อความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคไต และยังส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เจ็บป่วยง่ายขึ้น
การนอนหลับเพียงพอช่วยให้ร่างกายพักฟื้นและความดันโลหิตลดลง ถ้านอนไม่พอหรือนอนไม่หลับ ความดันจะไม่ได้ลดลงตามปกติในเวลากลางคืน ทำให้เสี่ยงต่อความดันสูงเรื้อรัง
ผักและผลไม้สดที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ธัญพืชเต็มเมล็ด ปลาทะเลที่มีโอเมก้า-3 ถั่วและเมล็ดพืช ช่วยลดการอักเสบและเสริมสร้างสุขภาพหัวใจ ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีเกลือและไขมันอิ่มตัวสูง
ถ้ามีความเครียดมากและมีอาการเช่น ปวดหัวบ่อย เวียนศีรษะ หัวใจเต้นผิดปกติ แน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก หรือวัดความดันแล้วสูงกว่าปกติอย่างต่อเนื่อง ควรปรึกษาแพทย์โดยเร็ว
การออกกำลังกายช่วยลดฮอร์โมนความเครียด กระตุ้นการหลั่งสารเอนดอร์ฟินที่ทำให้รู้สึกดี เสริมสร้างความแข็งแรงของหัวใจและหลอดเลือด และช่วยควบคุมน้ำหนัก ควรออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาที